การเพาะเลี้ยงหนอนนก

คู่มือการเพาะเลี้ยงหนอนนก

ฝ่ายผลิตขยายชีวินทรีย์และสมุนไพร

ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสงขลา

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จังหวัดสงขลา

กรมส่งเสริมการเกษตร

เรียบเรียงโดย

นางวัชลี  โสพิน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

ฝ่ายผลิตขยายชีวินทรีย์และสมุนไพร

ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสงขลา

70 หมู่ที่ 3 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

โทร.0-7423-9250

โทรสาร 0-7423-9035

e-mail : pmc06@doae.go.th

หนอนนก

 

                         ข้อมูลทั่วไป

ชื่อไทย                       :           มอดรำข้าวสาลี

ชื่อสามัญ                    :           Mealworm

ชื่อวิทยาศาสตร์           :           Tenebrio molitor

วงศ์                           :           Tenebrionidae

อันดับ                        :           Coleoptera

 

ความสำคัญ

หนอนนก เป็นหนอนที่มีโปรตีนสูง จึงใช้เป็นอาหารในการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ปีกและปลา มีผู้นิยมนำมาใช้เป็นอาหารของนกชนิดต่างๆ  รวมถึงปลาสวยงามด้วย

หนอนนก เป็นตัวอ่อนของ “มอดรำข้าวสาลี” ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชในต่างประเทศ ทำลายข้าวสาลีที่เก็บในยุ้งฉาง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นและมีความชื้นสูง แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทยได้ มีผู้นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้

 

วงจรชีวิตของหนอนนก

หนอนนกมีการเจริญเติบโต 4 ระยะ คือ

ระยะไข่ ตัวเต็มวัยวางไข่สีขาวขุ่น กลมรี ผิวเรียบ ติดอยู่ตามพื้น มีเศษอาหารปกคลุม อายุไข่  7 วัน

ระยะตัวอ่อน ตัวอ่อนลอกคราบ 13 ครั้ง เมื่อลอกคราบใหม่ๆ จะมีสีขาว แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ตัวอ่อนมีอายุประมาณ 3 เดือน

ระยะดักแด้ หลังจากหนอนลอกคราบครั้งสุดท้าย จะกลายเป็นดักแด้สีขาว ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ดักแด้มีอายุ 7 วัน

ระยะตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยเมื่อออกจากดักแด้ จะมีปีกสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำ เริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุ 6-7 วัน หลังจากนั้น 3-4  วัน ก็จะเริ่มวางไข่ ตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 60-80 วัน สามารถเก็บไข่ได้ถึง 11 ครั้ง

 

วงจรชีวิตของหนอนนก

 

ไข่

↓   ใช้เวลา 7 วัน

 

หนอน

             ↓   ใช้เวลา 3 เดือน

 

ดักแด้

↓   ใช้เวลา 7 วัน

 

ตัวเต็มวัย

 

การเพาะเลี้ยงผลิตขยายหนอนนก

วัสดุอุปกรณ์

1. ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยง  ได้แก่  กล่องพลาสติกใส กะละมัง  ถาด

2. ตะแกรงตาถี่สำหรับร่อนหนอนเล็ก ตะแกรงตาขนาดมุ้งลวดสำหรับหนอนใหญ่ และตะกร้าสำหรับร่อนตัวเต็มวัย

3. กระดาษสำหรับวางไข่

                      

4. รำข้าวสาลี  สำหรับเลี้ยงตัวเต็มวัยให้วางไข่ และเลี้ยงหนอนเล็ก

5. อาหารไก่เล็ก โดยธรรมชาติหนอนนกจะกินรำข้าวสาลีเป็นอาหาร แต่เนื่องจากรำข้าวสาลีมีราคาแพง จึงใช้อาหารไก่เล็ก เลี้ยงในระยะที่เป็นตัวหนอน

6. อาหารเสริม ได้แก่ ผักและผลไม้  เช่น  มะละกอดิบ แตงกวา เปลือกแตงโม  เป็นต้น

7. ชั้นวางเลี้ยง

8. สถานที่เลี้ยง หรือห้องเลี้ยง ควรเป็นที่ที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนจนเกินไป สามารถป้องกันหนู มด จิ้งจก นก อึ่งอ่าง กิ้งก่า จิ้งเหลน ไม่ให้เข้าไปกินหนอนได้

                     

วิธีการเพาะเลี้ยง

1. ก่อนทำการเลี้ยง ให้ทำความสะอาดห้องเลี้ยง เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้น้ำยาถูพื้นชนิดฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดพื้นห้องและชั้นวางเลี้ยง เพราะหากห้องเลี้ยงหรือชั้นวางเลี้ยงไม่สะอาด จะเป็นสาเหตุให้หนอนนกติดเชื้อและตายอย่างรวดเร็ว

หากเป็นห้องเลี้ยงที่สามารถปิดมิดชิดได้ ก่อนนำหนอนนกเข้าในห้องเลี้ยง ควรทำการรมห้องด้วยฟอร์มาลีนผสมด่างทับทิม อัตราส่วน ด่างทับทิม 10 กรัม ต่อ ฟอร์มาลีน 20 ซีซี ต่อพื้นที่ 5 ตารางเมตร ใช้เทปขนาด 2 นิ้ว ปิดทับขอบประตูและหน้าต่าง เพื่อป้องกันไอระเหยออกมานอกห้อง   รมทิ้งไว้ 3-4 คืน เนื่องจากฟอร์มาลีนเป็นสารอันตราย เมื่อผสมเสร็จแล้วจะกลายเป็นไอระเหย มีพิษต่อเยื่อบุจมูกและตา จึงควรรีบออกจากห้องทันทีที่ผสมรวมกัน

2.  นำหนอนนก มาเลี้ยงในกล่องหรือกะละมัง โดยเลี้ยงด้วยอาหารไก่ เมื่อหนอนกินอาหารไก่หมดแล้ว ใส่ผักหรือผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้หนอนกินบ้าง หนอนกินอาหารจะถ่ายมูลออกมา ใช้ตะแกรงร่อนเอาหนอนออก หนอนจะติดบนตะแกรง ส่วนมูลหรือขี้หนอนจะลอดผ่านตะแกรงลงไป   นำหนอนมาเลี้ยงในภาชนะใหม่และใส่อาหารไก่เพิ่ม  และให้ผักหรือผลไม้เป็นอาหารเสริม หมั่นเลือกหนอนที่ตายออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หนอนนกจะลอกคราบและโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดักแด้   ก่อนเข้าดักแด้ หนอนจะเริ่มหดสั้น  ไม่กินอาหาร และ นอนนิ่งๆ

 

                        

3.  เลือกดักแด้ออกมาใส่ในภาชนะใหม่ ไม่ต้องให้อาหาร เนื่องจากดักแด้ไม่กินอาหาร ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน  ดักแด้จะมีสีเข้มขึ้น แล้วตัวเต็มวัยจะออกมาจากดักแด้

4.  แยกตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ไปเลี้ยงในภาชนะใหม่ที่รองพื้นด้วยกระดาษขาว (หรือไม่รองก็ได้) ใส่รำข้าวสาลีก่อนใส่ตัวเต็มวัย  ให้ผักผลไม้บ้าง  เพื่อเป็นอาหารเสริมและทดแทนน้ำ

                

                 

5. เลี้ยงตัวเต็มวัยประมาณ 9 -10 วัน  ตัวเต็มวัยจะเริ่มวางไข่บนกระดาษ  ร่อนเอาตัวเต็มวัยออก หากให้วางไข่บนกระดาษ ให้เก็บรวบรวมแผ่นไข่มาวางในภาชนะเป็นชั้นๆ โรยด้วยรำข้าวสาลีที่ร่อนเอาตัวเต็มวัยออกแล้ว หากให้วางไข่บนถาด ให้เทรำข้าวสาลีพร้อมตัวเต็มวัยออกมาร่อนตัวเต็มวัย แล้วเทรำข้าวสาลีกลับลงในถาดเดิมที่มีไข่ติดอยู่ พยายามเก็บรวบรวมไข่ทุกวัน หรือ วันเว้นวัน เพื่อให้ได้หนอนนกรุ่นเดียวกัน

                      

 

                    

6. ตัวเต็มวัยที่เก็บไข่แล้ว ให้นำไปใส่ในกล่องเลี้ยงเพื่อให้วางไข่ต่อไป โดยให้รำข้าวสาลีเป็นอาหาร และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม

7. ประมาณ 7 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอน ในช่วงแรกหนอนจะโตช้า ปล่อยให้หนอนกินอาหารจากรำข้าวสาลีเดิมที่มีอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเพิ่มอาหาร คอยร่อนเอาขี้หนอนออกประมาณ 10-15 วัน/ครั้ง หลังจากมีอายุ  1  เดือน  หนอนจะโตเร็วขึ้น  เมื่อหนอนลอกคราบ ให้ร่อนขี้หนอนด้วยตะแกรงตาถี่ หลังจากร่อนขี้หนอนออกแล้ว จึงเริ่มให้อาหารไก่แทนรำข้าวสาลี  และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม

                       

8. หนอนอายุประมาณ 2½ – 3½ เดือน สามารถนำออกจำหน

ฝ่ายผลิตขยายชีวินทรีย์และสมุนไพร

ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสงขลา

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จังหวัดสงขลา

กรมส่งเสริมการเกษตร

เรียบเรียงโดย

นางวัชลี  โสพิน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

ฝ่ายผลิตขยายชีวินทรีย์และสมุนไพร

ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสงขลา

70 หมู่ที่ 3 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

โทร.0-7423-9250

โทรสาร 0-7423-9035

e-mail : pmc06@doae.go.th

หนอนนก

 

                         ข้อมูลทั่วไป

ชื่อไทย                       :           มอดรำข้าวสาลี

ชื่อสามัญ                    :           Mealworm

ชื่อวิทยาศาสตร์           :           Tenebrio molitor

วงศ์                           :           Tenebrionidae

อันดับ                        :           Coleoptera

 

ความสำคัญ

หนอนนก เป็นหนอนที่มีโปรตีนสูง จึงใช้เป็นอาหารในการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ปีกและปลา มีผู้นิยมนำมาใช้เป็นอาหารของนกชนิดต่างๆ  รวมถึงปลาสวยงามด้วย

หนอนนก เป็นตัวอ่อนของ “มอดรำข้าวสาลี” ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชในต่างประเทศ ทำลายข้าวสาลีที่เก็บในยุ้งฉาง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นและมีความชื้นสูง แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทยได้ มีผู้นิยมนำมาเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้

 

วงจรชีวิตของหนอนนก

หนอนนกมีการเจริญเติบโต 4 ระยะ คือ

ระยะไข่ ตัวเต็มวัยวางไข่สีขาวขุ่น กลมรี ผิวเรียบ ติดอยู่ตามพื้น มีเศษอาหารปกคลุม อายุไข่  7 วัน

ระยะตัวอ่อน ตัวอ่อนลอกคราบ 13 ครั้ง เมื่อลอกคราบใหม่ๆ จะมีสีขาว แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ตัวอ่อนมีอายุประมาณ 3 เดือน

ระยะดักแด้ หลังจากหนอนลอกคราบครั้งสุดท้าย จะกลายเป็นดักแด้สีขาว ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน ดักแด้มีอายุ 7 วัน

ระยะตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยเมื่อออกจากดักแด้ จะมีปีกสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำ เริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุ 6-7 วัน หลังจากนั้น 3-4  วัน ก็จะเริ่มวางไข่ ตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 60-80 วัน สามารถเก็บไข่ได้ถึง 11 ครั้ง

 

วงจรชีวิตของหนอนนก

 

ไข่

↓   ใช้เวลา 7 วัน

 

หนอน

             ↓   ใช้เวลา 3 เดือน

 

ดักแด้

↓   ใช้เวลา 7 วัน

 

ตัวเต็มวัย

 

การเพาะเลี้ยงผลิตขยายหนอนนก

วัสดุอุปกรณ์

1. ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยง  ได้แก่  กล่องพลาสติกใส กะละมัง  ถาด

2. ตะแกรงตาถี่สำหรับร่อนหนอนเล็ก ตะแกรงตาขนาดมุ้งลวดสำหรับหนอนใหญ่ และตะกร้าสำหรับร่อนตัวเต็มวัย

3. กระดาษสำหรับวางไข่

                      

4. รำข้าวสาลี  สำหรับเลี้ยงตัวเต็มวัยให้วางไข่ และเลี้ยงหนอนเล็ก

5. อาหารไก่เล็ก โดยธรรมชาติหนอนนกจะกินรำข้าวสาลีเป็นอาหาร แต่เนื่องจากรำข้าวสาลีมีราคาแพง จึงใช้อาหารไก่เล็ก เลี้ยงในระยะที่เป็นตัวหนอน

6. อาหารเสริม ได้แก่ ผักและผลไม้  เช่น  มะละกอดิบ แตงกวา เปลือกแตงโม  เป็นต้น

7. ชั้นวางเลี้ยง

8. สถานที่เลี้ยง หรือห้องเลี้ยง ควรเป็นที่ที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนจนเกินไป สามารถป้องกันหนู มด จิ้งจก นก อึ่งอ่าง กิ้งก่า จิ้งเหลน ไม่ให้เข้าไปกินหนอนได้

                     

วิธีการเพาะเลี้ยง

1. ก่อนทำการเลี้ยง ให้ทำความสะอาดห้องเลี้ยง เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้น้ำยาถูพื้นชนิดฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดพื้นห้องและชั้นวางเลี้ยง เพราะหากห้องเลี้ยงหรือชั้นวางเลี้ยงไม่สะอาด จะเป็นสาเหตุให้หนอนนกติดเชื้อและตายอย่างรวดเร็ว

หากเป็นห้องเลี้ยงที่สามารถปิดมิดชิดได้ ก่อนนำหนอนนกเข้าในห้องเลี้ยง ควรทำการรมห้องด้วยฟอร์มาลีนผสมด่างทับทิม อัตราส่วน ด่างทับทิม 10 กรัม ต่อ ฟอร์มาลีน 20 ซีซี ต่อพื้นที่ 5 ตารางเมตร ใช้เทปขนาด 2 นิ้ว ปิดทับขอบประตูและหน้าต่าง เพื่อป้องกันไอระเหยออกมานอกห้อง   รมทิ้งไว้ 3-4 คืน เนื่องจากฟอร์มาลีนเป็นสารอันตราย เมื่อผสมเสร็จแล้วจะกลายเป็นไอระเหย มีพิษต่อเยื่อบุจมูกและตา จึงควรรีบออกจากห้องทันทีที่ผสมรวมกัน

2.  นำหนอนนก มาเลี้ยงในกล่องหรือกะละมัง โดยเลี้ยงด้วยอาหารไก่ เมื่อหนอนกินอาหารไก่หมดแล้ว ใส่ผักหรือผลไม้ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้หนอนกินบ้าง หนอนกินอาหารจะถ่ายมูลออกมา ใช้ตะแกรงร่อนเอาหนอนออก หนอนจะติดบนตะแกรง ส่วนมูลหรือขี้หนอนจะลอดผ่านตะแกรงลงไป   นำหนอนมาเลี้ยงในภาชนะใหม่และใส่อาหารไก่เพิ่ม  และให้ผักหรือผลไม้เป็นอาหารเสริม หมั่นเลือกหนอนที่ตายออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หนอนนกจะลอกคราบและโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดักแด้   ก่อนเข้าดักแด้ หนอนจะเริ่มหดสั้น  ไม่กินอาหาร และ นอนนิ่งๆ

 

                        

3.  เลือกดักแด้ออกมาใส่ในภาชนะใหม่ ไม่ต้องให้อาหาร เนื่องจากดักแด้ไม่กินอาหาร ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน  ดักแด้จะมีสีเข้มขึ้น แล้วตัวเต็มวัยจะออกมาจากดักแด้

4.  แยกตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ไปเลี้ยงในภาชนะใหม่ที่รองพื้นด้วยกระดาษขาว (หรือไม่รองก็ได้) ใส่รำข้าวสาลีก่อนใส่ตัวเต็มวัย  ให้ผักผลไม้บ้าง  เพื่อเป็นอาหารเสริมและทดแทนน้ำ

                

                 

5. เลี้ยงตัวเต็มวัยประมาณ 9 -10 วัน  ตัวเต็มวัยจะเริ่มวางไข่บนกระดาษ  ร่อนเอาตัวเต็มวัยออก หากให้วางไข่บนกระดาษ ให้เก็บรวบรวมแผ่นไข่มาวางในภาชนะเป็นชั้นๆ โรยด้วยรำข้าวสาลีที่ร่อนเอาตัวเต็มวัยออกแล้ว หากให้วางไข่บนถาด ให้เทรำข้าวสาลีพร้อมตัวเต็มวัยออกมาร่อนตัวเต็มวัย แล้วเทรำข้าวสาลีกลับลงในถาดเดิมที่มีไข่ติดอยู่ พยายามเก็บรวบรวมไข่ทุกวัน หรือ วันเว้นวัน เพื่อให้ได้หนอนนกรุ่นเดียวกัน

                      

 

                    

6. ตัวเต็มวัยที่เก็บไข่แล้ว ให้นำไปใส่ในกล่องเลี้ยงเพื่อให้วางไข่ต่อไป โดยให้รำข้าวสาลีเป็นอาหาร และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม

7. ประมาณ 7 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอน ในช่วงแรกหนอนจะโตช้า ปล่อยให้หนอนกินอาหารจากรำข้าวสาลีเดิมที่มีอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเพิ่มอาหาร คอยร่อนเอาขี้หนอนออกประมาณ 10-15 วัน/ครั้ง หลังจากมีอายุ  1  เดือน  หนอนจะโตเร็วขึ้น  เมื่อหนอนลอกคราบ ให้ร่อนขี้หนอนด้วยตะแกรงตาถี่ หลังจากร่อนขี้หนอนออกแล้ว จึงเริ่มให้อาหารไก่แทนรำข้าวสาลี  และให้ผักผลไม้เป็นอาหารเสริม

                       

8. หนอนอายุประมาณ 2½ – 3½ เดือน สามารถนำออกจำหน่ายได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s